<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="wordpress/2.0.4" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>Sarunya.org</title>
	<link>http://www.sarunya.org</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 17 Jun 2010 06:37:10 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>Spring Quarter 2010</title>
		<description>สอบเสร็จแล้วค่าเมื่อวันที่ 15 มิถุนาที่ผ่านมา สอบสองตัวในวันเดียวกันเลย ตอนอ่านหนังสือนี่เหนื่อยมาก แต่ก็ดีค่ะก็สอบเสร็จเลยสองตัวในวันเดียวกัน ควอเตอร์นี้อ่านหนังสือหัวโตมาก ไม่ได้หยุดสักวันเดียว Anatomy and Physiology II กับ Microbiology เล่นเอาน่วม พ่วงท้ายด้วยไปเป็นอาสาสมัคร แถมทำงานอีก มันส์จริงๆ ตอนนี้รอเกรดออกอยู่ค่ะ หวังว่าคงออกมาน่าพอใจ อีกไม่นานก็รู้ อิอิ 

ควอเตอร์ summer นี้ลง Statistics กับจะเรียนขับรถ นี่ learner permit ที่ได้มาจะหมดอายุแล้ว คงได้ไปต่ออายุก่อนจะได้ใบขับขี่จริงแน่ๆ เพราะถ้าไปสอบขับตอนนี้ก็คงสอบตกเห็นๆค่ะ อย่าง parallel parking นี่ยังทำไม่ได้เลย เห้อ.... </description>
		<link>http://www.sarunya.org/?p=70</link>
			</item>
	<item>
		<title>คิดถึงบ้าน</title>
		<description>ช่วงนี้ป่วยค่ะ ไม่รู้ว่าเจอไวรัสตัวไหนเข้าไปจะใช่ H1N1 หรือเปล่าอันนี้ไม่อาจจะทราบได้เพราะไม่ได้ไปหาหมอ ตอนนี้ใกล้หายแล้วแต่ยังไม่แข็งแรงเหมือนเดิม คงอีกสักวันสองวัน วัคซีนไม่ได้ฉีด ไม่อยากฉีดถึงแม้จะโดนกดดัน ยังไม่ค่อยเชื่อมั่นในความปลอดภัยสักเท่าไหร่ มาอยู่นี่โดนฉีดวัคซีนต่างๆนาๆเป็นสิบเข็มแล้วมั้ง เทสนู้นนี่อีก พรุนไปหมดแล้ว ให้ฉีดกันหวัดอีกทุกปีนี่ก็เห้อ ไม่เอาดีกว่า ไม่รู้สารอะไรต่ออะไรที่ต้องใส่เข้าไปในร่างกาย ตอนนี้ป่วยร่างกายอ่อนแอ เดี๋ยวหายก็มีภูมิต้านทาน ก็แล้วแต่จะพิจารณากันไป

คิดถึงพ่อ แม่ น้องแพร (ได้ข่าวว่าทำงานหนักเหลือเกิน) ตา ยาย และอีกหลายๆคนที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ เพื่อนๆทั้งหลาย
คิดถึงบ้าน ฝนที่นี่หนาว ไม่อุ่นเหมือนฝนที่บ้าน
คิดถึงอาหารทะเล อยากทานจะแย่อยู่แล้ว น้ำจิ้มอาหารทะเลที่นี่คือ เนยเหลว น้ำมัน ใส่เกลือ...จะเป็นลม
คิดถึงปาย ภูกระดึง เชียงใหม่ และแน่่นอน กระบี่บ้านเรา
คิดถึงตลาดนัด 

นี่เพิ่งโทรไปลางานมาอีกแล้ว สรุปว่าสัปดาห์นี้ต้องลางานสองวันเลย วันพฤหัสที่ผ่านมาลากสังขารไปสอบ ไม่พูดไม่จา ปิดปากปิดจมูก จิ้มเครื่องคิดเลขผิดถูกยังไงบ้างก็ไม่รู้ เดี๋ยววันจันทร์นี้คงรู้ผล หวังว่าคงไม่เขียนอะไรตลกๆลงไปในข้อสอบเพราะฤทธิ์ยา เหอๆ โชคดีที่สัปดาห์นี้ไม่มี rotation ที่รพ. ไม่งั้นก็ต้องขาดเพราะป่วย ไม่อยากจะคิดว่าจะเป็นอย่างไร ...</description>
		<link>http://www.sarunya.org/?p=69</link>
			</item>
	<item>
		<title>Lucky</title>
		<description>I love this song.


Yes, I'm lucky. </description>
		<link>http://www.sarunya.org/?p=68</link>
			</item>
	<item>
		<title>อัลบั้มรูปออนไลน์</title>
		<description>สวัสดีค่า เราหายไปนานสุดๆ ตั้งแต่เปิดควอเตอร์ฤดูใบไม้ผลิมานี่ ตีนกาโผล่มาบนหน้าเยอะมากเลยค่ะ วันนี้เพิ่งส่ง essay ฉบับที่สามเสร็จเลยขอแอบมาฉลองชั่วคราว (ยังต้องเขียน essay อีกหลายฉบับค่ะ ควอเตอร์นี้อีกยาวไกล) ส่วนเรื่องการสอบ Compass test ตอนที่สองนั้นก็ไม่ทราบว่าจะได้ฤกษ์เขียนให้เสร็จเมื่อไหร่ เขียนค้างไว้เป็นหลายเดือนแล้ว เหอๆ

วันนี้ก็แค่อยากแวะมาบอกว่าเพื่อนๆ สามารถไปดูหน้าตาปัจจุบันของส้มได้ที่ http://picasaweb.google.com/zombibi/ ค่ะ คงอัพเดทได้ไม่บ่อยมากนัก แต่ก็คงพอได้หายคิดถึง (ใครคิดถึงเธอหละเนี๊ยะ) เอา slide show จากอัลบั้มล่าสุดที่ถ่ายตอนดอกซากุระบานที่ University of Washington มาให้ดูค่ะ ตอนนั้นยังอยู่ในช่วงพักระหว่างควอเตอร์ ดูสดใสร่าเริง อิอิ


ปล. ตอนนี้เราไม่ได้เรียนที่ UW นะคะ แบบว่าไปยืมโลเคชั่นถ่ายรูปเฉยๆ ค่า อิอิ </description>
		<link>http://www.sarunya.org/?p=67</link>
			</item>
	<item>
		<title>สอบ Compass Test (reading and writing skills) ตอนที่ 1</title>
		<description>เนื่องจากเราต้องการสมัครเรียนหลักสูตรหนึ่งที่คอมมูนิตี้ คอลเลจแถวบ้าน จึงได้ไปเข้าฟังอินฟอเมชั่นเซสชั่นของหลักสูตร ปรากฏว่าหนึ่งในข้อกำหนดหลายๆอย่างของผู้ที่มีสิทธิ์สมัครก็คือ จะต้องเคยผ่านการเรียนภาษาอังกฤษในรหัสที่กำหนดโดยเอาทรานสคริปมาแสดง หรือ นำผลการสอบวัดผลตามที่คอลเลจกำหนดมาแสดง อย่างใดอย่างหนึ่งตามสามข้อด้านล่างนี้  (จริงๆ ในเว็บไซด์ของหลักสูตรก็มีบอกไว้ค่ะ)

1. ในกรณีเป็นนักเรียนที่ไม่ได้มีภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก (ESL - English as a Second Language students) ก็จะต้องไปสอบ CASAS - Comprehensive Adult Student Assessment Systems ในส่วนของการฟังและอ่าน และต้องได้ 220 (ไม่มีค่าสอบ)
2. ถ้าเป็นนักเรียนการศึกษาผู้ใหญ่ (ABE - Adult Basic Education students) ก็จะต้องไปสอบ Compass test ในส่วนของการอ่านและเขียน และต้องได้คะแนน 40 ขึ้นไป (ค่าสอบ $15)
3. ผ่านการเรียนภาษาอังกฤษรหัส 096, ...</description>
		<link>http://www.sarunya.org/?p=66</link>
			</item>
	<item>
		<title>ได้ฤกษ์ส่งเสียที&#8230;เอกสาร AOS</title>
		<description>9 ตุลาคม 2551
ตามธรรมเนียมก็ต้องสรุปเวลาคร่าวๆนิดนึงค่ะ ว่าเวลาได้ล่วงเลยมานานแค่ไหนแล้วนับตั้งแต่วันที่เหิรฟ้าจากสุวรรณภูมิ ตอนนี้ก็ใกล้จะครบสองเดือนแล้วหละค่ะ เดี๋ยววันนี้เล่าเป็นเรื่องๆ แบ่งเป็นหัวข้อดีกว่าเนอะคะ อ่านง่ายดี (คิดเอง แต่จริงๆวันนี้มีแค่สองหัวข้อเองหละค่ะ)

Adjustment of Status (AOS)
ถ้าให้เข้าใจง่ายๆก็คือ การขอกรีนการ์ดนั้นเองค่ะ เป็นการขอปรับสถานะจากวีซ่า K1 ที่เราถืออยู่ตอนนี้ไปเป็น lawful permanent residency ของประเทศนี้ ซึ่งพอได้มาแล้วเราก็จะได้มีสิทธิ์ทำงานได้ค่ะ (ตอนนี้เพื่อนๆ ถามกันมากันหลายคนว่าทำงานอะไร คำตอบก็คือกำลังศึกษาตำราจอมยุทธ์ในครัวอยู่ค่ะ ห้าๆ เพราะตอนนี้เรายังไม่มีสิทธิ์ทำงานนะจ๊ะ) อันนี้ตอนนี้เราส่งเอกสารไปเรียบร้อยแล้วค่ะ ลองนับๆดูใช้เวลาเตรียมเอกสารตั้งสามสัปดาห์แหนะค่ะกว่าจะได้ส่ง ช่วงนั้นเพ้อเจ้อมาก AOS AOS วิ่งวนอยู่ในหัวตลอดเวลาแบบว่าอยากให้เสร็จไวๆ ในแพคเกจเดียวกันนี้เราได้ส่งเอกสารเพื่อขอใบอนุญาตทำงานชั่วคราวและใบขอ อนุญาตออกนอกประเทศไปด้วยค่ะ เพราะไม่รู้จะได้กรีนการ์ดมาเมื่อไหร่ (เค้าจะอนุมัติหรือเปล่าเราก็ไม่รู้ คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหานะคะ แต่บางเคสเป็นปีเลยก็มีค่ะ) เราจะได้สามารถทำงานและออกนอกประเทศได้ในช่วงที่รอผลกรีนการ์ดค่ะ (สำหรับใบอนุญาตทำงานชั่วคราวนี้ถ้าไม่ได้รับภายใน 90 วัน เราสามารถไปร้องขอที่ local office ได้ค่ะ ...เราก็ได้แต่หวังว่าคงจะได้มาก่อน 90 วันนะคะ) ...</description>
		<link>http://www.sarunya.org/?p=65</link>
			</item>
	<item>
		<title>การเดินทางครั้งที่สอง (USA)</title>
		<description>Note: ขอนำมาโพสต์ย้อนหลังค่ะ เพราะเขียนไว้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วแต่ไม่ได้เอามาลงเสียที เพราะรอรูปอยู่ ตอนนี้ขี้เกียจรอแล้ว เอาเป็นว่าถ้าได้รูปในช่วงระหว่างการเดินทางมาเมื่อไหร่ ก็จะเอามาลงเพิ่มนะคะ จริงๆ อยากได้รูปแบบว่าลากกระเป๋าอยู่เท่านั้นเองค่ะ เพื่อเพิ่มอรรถรส อิอิ

20 สิงหาคม 2551
วันนี้ก็เป็นวันที่หกนับตั้งแต่วันที่มาถึง อเมริกาเมื่อวันพุธที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา พรุ่งนี้ก็ครบหนึ่งสัปดาห์พอดี... ก็ขอเขียนย้อนไปถึงการเดินทางและวันแรกที่มาถึงแบบพอสังเขปดังนี้ค่ะ (หลังจากไม่ได้อัพเดทมาจะเกือบสี่เดือนเห็นจะได้)

การเดินทางจากไทย
ครั้ง นี้ใช้บริการของ EVA Airlines ราคาตั๋ว one way ช่่วงนำ้มันแพงช่างน่าปวดใจปาไป 28,300 บาท ครั้งแรกที่โทรไปถามเอเจนซี่เค้าบอกว่า 22,000 บาท เราก็รีรอไม่ได้ตกลงซื้อทันที หนีึ่งสัปดาห์ถัดมาขึ้นเป็น 29000 โอ้โหตะลึงแบบอึ้งเครียด สรุปว่าไปซื้ออีกเจ้าหนึ่งถูกกว่า 700 บาท เห้อ... เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าถ้าราคาตั๋วเป็นที่รัับได้แล้วให้ซื้อเลย หรือห้ามรอข้ามอาทิตย์โดยเด็ดขาด ถ้าให้ดีก็คือห้ามเกินวันศุกร์ของสัปดาห์นั้น เพราะเอเจนซี่บางเจ้่าไม่เปิดทำการในวันเสาร์อาทิตย์ ไม่งั้นจะเจออย่างเรา 6,000 กว่าบาทหายเข้ากลีบเฆฆไปเสียอย่างนั้น มาถึงวันเดินทาง โชคดีที่ครั้งนี้ดีเลย์แค่ 20 ...</description>
		<link>http://www.sarunya.org/?p=64</link>
			</item>
	<item>
		<title>รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป</title>
		<description>ช่วงนี้เหงาก็เลยมีอารมณ์อยากจะเศร้า เอ๊ะยังไง? เลยไปหาเพลงเก่าๆมาฟัง ตอนนี้ใน playlist มีทั้งหมด 3 เพลง (เราชอบฟังเดิมๆเพลงซ้ำๆๆๆ จนเบื่อ ในกรณีถ้าเปิดเองอะนะ ก็แหงหละค่ะคงทำอย่างนี้ได้ด้วยตนเองเท่านั้น ถ้าเป็นดีเจเปิด 3 เพลงทั้งวันคงโดนไล่ออก เหอๆ) มาถึงเพลงทั้งสามเพลงนั้นก็ประกอบด้วย
1. รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป - Groove Riders
2. จะเก็บเธออยู่ในใจเสมอ - บอย โกสิยพงษ์
3. เหมันต์ที่ผ่านพ้นไป (อันนี้เพลงเก่าแล้ว เพราะแบบเหงาขาดใจ ใครอยากเหงาเชิญหามาฟังได้เลย หน้าหนาวเพิ่งผ่านไปพอดี ตรงตามคอนเซ็ป อิอิ)
วันนี้มาแนะนำเพลงแรก คือ เพลงรักที่เพิ่งผ่านพ้นไป เราว่าผู้แต่งหยิบยกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของคนปรกติโดยทั่วไปที่มีนัดกับคนรักในที่ที่หนึ่งเป็นประจำ แล้ววันนึงความรักนั้นก็หายไป ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ดนตรียังคงบรรเลง แต่สถานการณ์ของคนๆหนึ่งได้เปลี่ยนไปแล้ว จากเคยมีเธอก็กลายเป็นอ้างว้างล่องลอย ว่าแล้วก็ขอจิบสักหน่อยแด่ความรักที่เพิ่งผ่านพ้นไป... ซะงั้น ^^'  อ๊ะอย่าเพิ่งโกรธที่ขัดจังหวะความเศร้า รับรองว่าถ้าได้ฟังเพลงแล้วจินตนาการตาม (อาจจะอ้างอิงจากประสบการณ์เดิมๆ หรือ ลองสร้างเหตุการณ์ขึ้นมาก็ได้สำหรับคนไม่เคยอกหักอะนะ) ยิ่งถ้าใครมีประสบการณ์นี้มาสดๆร้อนๆ ...</description>
		<link>http://www.sarunya.org/?p=63</link>
			</item>
	<item>
		<title>เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสอบ TOEFLiBT</title>
		<description>หัวข้อนี้จะเป็นการแนะนำถึงสิ่งละอันพันละน้อยที่เราคิดว่ามีความสำคัญ หรืออย่างน้อยก็รู้ไว้ดีกว่าไม่รู้ ถือว่าเป็นการแชร์ประสบการณ์นะคะ สำหรับเรื่องเตรียมสอบเรื่องการอ่านหนังสือให้ลองดูลิงก์้ด้านล่างนะคะ

1. สมัครสอบตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะจะได้เลือกวันและสถานที่สอบได้อย่างใจ ถ้าใครสมัครเรียนก็ให้เผื่อเวลาให้คะแนนไปถึงมหาวิทยาลัยก่อน deadline สักสองสามสัปดาห์ก็ดีค่ะ จะได้มั่นใจว่าถึงแน่ เพราะบางที ETS เขาก็มีเลทเหมือนกันนะคะ แบบว่าถ้ากะเวลาแบบพอดีกันเป๊ะๆ อาจจะไม่ปลอดภัยสักเท่าไหร่ แล้วก็ถ้าใครมีคณะและมหาวิทยาลัยที่กะว่าจะสมัครเข้าเรียนอยู่ในใจและทาง มหาวิทยาลัยต้องการคะแนน TOEFL ก็ให้ระบุรหัสของของคณะเหล่านั้นลงไปตั้งแต่ตอนสมัครสอบเลยเพื่อให้ทาง ETS ส่งคะแนนอย่างเป็นทางการไปให้ที่ที่เราสมัครโดยตรง และเราเองก็ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมด้วยซึ่งสามารถระบุได้ทั้งหมด 4 ที่ค่ะ (เราไม่แน่ใจว่าถ้าสมัครออนไลน์ทางระบบจะให้แก้ไขหรือเพิ่มเติมที่ที่เรา ต้องการให้ส่งคะแนนไปก่อนวันสอบกี่วันหรือว่าให้ระบุได้แค่ตอนสมัคร) แต่หากต้องการขอเพิ่มภายหลังสอบเสร็จแล้วจะต้องจ่ายตังเพิ่มค่ะ

2. ฝึกพิมพ์ภาษาอังกฤษให้คล่องแคล่ว เนื่องจากในปัจจุบันนี้การสอบต่างๆ โดยเฉพาะการสอบที่เป็นมาตรฐานของต่างประเทศมักจะเป็นการสอบโดยใช้ คอมพิวเตอร์เกือบทั้งนั้น เราคาดว่าคนที่มาอ่านเจอเนื้อหาของ post นี้ก็คงใช้คอมพิวเตอร์เป็นกันทุกคน แต่สิ่งที่อยากจะเน้นย้ำก็คือ นอกเหนือจากการใช้ mouse ในการทำงานต่างๆ ได้แล้ว ควรจะมีความสามารถในการพิมพ์ภาษาอังกฤษแบบสัมผัสได้ด้วย (แต่ถ้าใครจิ้มได้เร็วมากก็ไม่ว่ากันค่ะ อิอิ) ทักษะนี้มีความจำเป็นอย่างมากเพราะในส่วนของ Writing ผู้สอบจะต้องแต่งเรียงความและใช้คีย์บอร์ดในการพิมพ์เรียงความเข้าไปใน คอมพิวเตอร์
เรียงความที่ต้องเขียนในการสอบ TOEFL ibt นั้นมีทั้งหมด 2 ...</description>
		<link>http://www.sarunya.org/?p=62</link>
			</item>
	<item>
		<title>กลับมาพร้อมคะแนน TOEFL</title>
		<description>กลับมาแล้วหลังจากหายไปนานสุดๆ จากการอัพเดท blog จริงๆ ก็ไม่ได้เดินทางไปไหนหรอกค่ะ แค่มีภารกิจที่ต้องจัดการเยอะกว่าปกติเท่านั้นเอง โดยเฉพาะช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ยังไม่เรียบร้อยยังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีกพอสมควร แต่ก็ยังดีที่มันลดลงไปส่วนหนึ่งแล้ว ก็ต้องสู้กันต่อไป เดือนที่แล้วไปสอบ TOEFL iBT มาและเพิ่งทราบคะแนนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมานี่เอง กลับมาถึงห้องปุ๊บก็เปิดคอมทันทีและจัดการ login เข้าไปเช็คคะแนนจากเว็บของ ets จำได้เลยว่าเสียวไส้วูบวาบไปหมด ตอนแรกนึกว่าพอ login เข้าไปแล้วกด view scores จะเห็นคะแนนทันที แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะว่าจะเห็นแค่ว่าคะแนน available แล้วและต้องกด see details อีกครั้งเพื่อเข้าไปดูคะแนน ใจตุ้มๆต่อมๆ มากๆ ก็กดปุ๊บกวาดตาดูตารางช่องสุดท้ายซึ่งเป็นคะแนนรวม ปรากฎว่าได้ 98/120 รู้ปุ๊บแหกปากเสียงดังตะโกนออกมาทันทีพร้อมยืนขึ้นและยกแขนสุดตัวว่า "ผ่านโว้ยย" (เหอๆ ออกแนวเถื่อนกันเลยทีเดียว) คือเราต้องการ 93 ขึ้นไปอะค่ะ ถึงจะได้ผ่านมากระจึ๋งนึงก็ยังดี พ่อได้ยินก็ดีใจด้วยเดินมาขอจับมือแล้วบอกว่า ...</description>
		<link>http://www.sarunya.org/?p=61</link>
			</item>
</channel>
</rss>
